วันพุธที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568

ความสำนึกต่อกิจการลูกเสือ

หน้าที่ในความสำนึก ในกิจการลูกเสือ ครูหลายคนโดยเฉพาะในวงการอาชีวศึกษา จะสอนวิชาลูกเสือเพื่อเอาโหลด สอนวิชาลูกเสือเพราะความจำใจ เพราะไม่มีใครสอนหาคนสอนไม่ได้ ทั้งที่วิชาลูกเสือ เป็นกิจกรรมที่เป็นรูปธรรมอยู่อย่างเดียวที่ ทำให้เยวชนไทยเป็นคนดี หาน้อยคนนักที่มีจิตสำนึกในการสนองพระราชกรณียกิจขององค์พระบาทสมเด็จพระ มงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว และองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ที่กล่าวอย่างก็เพราะผมเห็นพระองค์ท่านและ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถพร้อมทั้ง องค์ทายาททุกพระองค์ ทรงฉลองพระองค์ในเครื่องแบบลูกเสือ นั่นหมายความว่า กิจการลูกเสือเป็นภาระกิจที่องค์พระประมุขของชาติ ให้ความสำคัญ แต่เหตุไฉนมีครูบางคนในอาชีวศึกษาทำหูทวนลม ไม่เอากับกิจกรรมนี้ แถมบางคน กล่าวหาว่าเป็นกิจกรรมร้องรำทำเพลง ไปกินเหล้า เอาความนึกคิดเหล่านี้มาจากไหนไม่ทราบ เหมือนว่ามือไม่พายเอาเท้าราน้ำ บางคนเป็นครูยันเกษียณ ไม่เคยใส่เครื่องแบบลูกเสือ ผิดกับครูอีกหลายคน ที่ต้องทำภาระกิจลูกเสือนี้ เพื่อเยาวชน ทั้งๆที่ ก็ จบช่างมาเหมือนกัน จบวิศวะมาเหมือนกัน มีวิชาชีพสอนเหมือนกัน แต่ทำไมครูเหล่านี้ต้องรับภาระเพิ่มขึ้น สู้สอนวิชาชีพอย่างเดียวดีกว่า ดังนั้นครูที่ยอมทำกิจกรรมนี้ด้วยใจทุ่มเทให้กับเยวชน ต้องขอสรรเสริญด้วยความจริงใจ หาครูน้อยเหลือเกินที่เข้าใจลูกเสือ ทำภาระกิจของลูกเสือ ก็ขอให้กุศลที่ครูสอนลุกเสือที่กล่าวมานี้ มีพลังปัจจัยอย่างพลั่งพลู ทำให้ท่านได้ คศ.๓ และประสบความสำเร็จในทุกๆด้าน ทุกๆคนครับ..... รออีกนิด จะหารูปขึ้น post ตอนนี้ไปทำอย่างอื่นก่อน

วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ลูกเสือไทยกำเนิดขึ้นมาแล้ว 99 ปี โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 แห่งราชวงศ์จักรีได้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทยเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2454 นับเป็นประเทศที่ 3 ของโลก

หลายคนเคยสงสัยหรือมีข้อกังขาเกี่ยวกับวิชาเรียนที่ถูกบรรจุอยู่ในหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับของประเทศไทย ที่เรียกวิชานั้นว่า 'ลูกเสือ' โดยบางคนเริ่มเรียนวิชาลูกเสือตั้งแต่ชั้นป.1 – ม.3 นับระยะเวลาได้ก็ร่วม 9 ปี หากถามว่า 9 ปีที่ผ่านพ้น การเรียนวิชาลูกเสือแล้วสร้างอะไรให้กับผู้เรียนได้บ้าง ให้ลองนึกกันเล่นๆ อาจจะไม่ใช่วิชาที่สลักสำคัญมากนัก เพราะไม่มีเกรดแต่หากไม่เรียนก็ไม่สามารถจบได้

บางคนอาจจะจำภาพที่ต้องมานั่งแต่งเครื่องแบบลูกเสือ ที่ดูพะรุงพะรัง มีผ้าพันคอ หมวก เข็มขัด ฯลฯ รวมถึงเครื่องหมายต่างๆ ที่ต้องติดโชว์ในเครื่องแบบ ถ้าหากวันไหนแต่งตัวพลาดไปอาจจะถูกลงโทษในวิชาเรียนก็เป็นไปได้

บางคนอาจจะจำการผูกเงื่อนพิรอด เงื่อนขัดสมาธิ เงื่อนบ่วงสายธนู เงื่อนตะกรุดเบ็ด เงื่อนกากบาท กิจกรรมรอบกองไฟในยาม 'เข้าค่าย' การเดินทางไกล การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ได้ร้องเพลง ฝึกการแสดง รวมทั้งฝึกร้องเพลงนี้...

“ลูกเสือเขาไม่จับมือขวา ยื่นซ้ายมาจับมือกันมั่น มือขวาใช้เคารพกัน (ซ้ำ) ยื่นซ้ายออกมาพลันจับมือจับมือ จับมือนั้นหมายถึงมิตร เหมือนญาติสนิทควรคิดยึดถือ ยิ้มด้วยเมื่อการจับมือ (ซ้ำ) เพราะพวกเราคือลูกเสือด้วยกัน” อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าลูกเสือเขาไม่จับมือขวา...

ประเทศไทยนับว่าเป็นประเทศที่มีจำนวนสมาชิกลูกเสือไม่น้อยหน้ากว่าชาติไหนๆ เพราะเปิดหลักสูตรเรียนแกมบังคับให้เด็กนักเรียนชายทุกคนต้องเป็นลูกเสือโดยไม่มีทางเลือกอื่น อาจจะมีบางโรงเรียนที่ให้เด็กผู้ชายเรียนวิชายุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์ แต่ก็ถือได้ว่าเป็นส่วนน้อย เพราะฉะนั้นแล้วในแง่ปริมาณประเทศไทยกินขาด

ในขณะที่ลูกเสือโลกกำลังก้าวหน้าไปเรื่อยๆ ตามไปดูกันว่าในวาระครบรอบ 99 ปีของลูกเสือไทย มีความก้าวหน้าไปมากน้อยแค่ไหน หลักสูตรที่เคยร่ำเรียนกันตั้งแต่อดีต ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน อย่างไร แล้วในมุมของผู้เรียน สิ่งที่ได้มานั้นมีมากกว่าการร้องเพลง หรือแค่ความรู้สึกที่ได้แต่งตัวเครื่องแบบลูกเสือ

ทำไมเด็กไทยต้องเรียนลูกเสือ?

หลายคนคงสงสัยว่าทำไมจึงต้องเรียนวิชาลูกเสือ และวิชานี้มีความสำคัญมากมายขนาดไหน จึงต้องถูกบรรจุอยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอนของกระทรวงศึกษาธิการมาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน

สมมาต สังขพันธ์ ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาลูกเสือและบุคลากร สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ บอกเล่าถึงหัวใจสำคัญของการเรียนลูกเสือ ก่อนจะไขข้อสงสัยที่เด็กรุ่นใหม่ๆ อาจดูแคลนการเรียนลูกเสือ ทำนองว่า 'จะเรียนไปทำไม เรียนแล้วได้อะไร เกิดประโยชน์อะไรกับชีวิต' ทั้งอธิบายเพิ่มเติมว่าในยุคที่ค่านิยมของผู้คนเปลี่ยนไป หลักสูตรลูกเสือมีการปรับตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงบ้าง

“ย้อนไปหลายสิบปีก่อนหน้านี้ การเรียนลูกเสือจะมีหลักสูตรการสอนที่ทำให้ผู้เรียนนำไปใช้ได้จริง มีทั้งการสอนปีนต้นไม้ การใช้กิ่งไม้จุดไฟเมื่ออยู่ในป่า การทำกับข้าว มีการตั้งแคมป์ เข้าค่าย เดินป่า แล้วก็มีการกำหนดให้ลูกเสือสามัญทำหน้าที่เป็นลูกเสือจราจร ให้ความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้แก่คนใช้รถใช้ถนน แล้วก็มีการบำเพ็ญประโยชน์อื่นๆ อีก เช่น ในอดีต หลายๆ โรงเรียนในกรุงเทพฯ ก็จะให้ลูกเสือ เนตรนารี ไปบำเพ็ญประโยชน์ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง คอยช่วยเหลือคนเฒ่าคนแก่ คอยช่วยขนสัมภาระ ขนข้าวขนของขึ้นรถไฟ ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้คนที่มาใช้บริการ”

มาถึงวันนี้ภาพดังกล่าวแทบไม่มีให้เห็นแล้ว หลายโรงเรียนละเลยกับการเรียนการสอนวิชาลูกเสือ ด้วยเหตุผลที่ต่างมุ่งเน้นให้เด็กนักเรียนเรียนเก่ง สอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ติด ครั้นพอมาถึงชั่วโมงวิชาเรียนลูกเสือ แทนที่จะให้เด็กได้ฝึกฝนการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น ได้ทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ก็กลับเอาเวลาไปสอนวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ด้วยเหตุผลนี้เด็กจำนวนไม่น้อยจึงเห็นว่าการเรียนลูกเสือไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรในชีวิต ซึ่งแตกต่างกันในต่างประเทศโดยสิ้นเชิง

“ในสวีเดน และสหรัฐอเมริกา ถ้าใครไปสมัครงานแล้วมีเครื่องหมายวิชาพิเศษหลายๆ แบบ ในกิจกรรมลูกเสือ คนเหล่านี้จะเป็นตัวเลือกแรกๆ เลยครับที่จะได้รับการตอบรับเข้าทำงาน เพราะอย่างน้อยๆ มันก็แสดงให้เห็นว่า เขามีความกระตือรือร้นที่จะทำประโยชน์แก่ผู้อื่น”

เพราะ 'เครื่องหมายวิชาพิเศษ' ที่คนไทยมักเรียกง่ายๆ ว่า 'ปีก' หรือตราสัญลักษณ์รูปต่างๆ ที่ติดบนเสื้อนั้น กว่าจะได้มา ไม่ใช่เรื่องง่ายดาย แต่ต้องแลกด้วยการทุ่มเททำกิจกรรมจนได้รับการยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกับผู้อื่นไม่ว่าตราสัญลักษณ์ที่ประดับนั้น จะมีความหมายว่าได้ผ่านการตั้งแคมป์ เดินป่า หรือการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อผู้อื่น

ดังนั้น ทุกวันนี้สำนักงานลูกเสือแห่งชาติจึงรื้อฟื้นกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งมีการทำข้อตกลงร่วมกันกับหลายองค์กร เพื่อให้ลูกเสือที่สนใจกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ผืนป่า ร่วมกันปลูกป่าชายเลน หรือร่วมมือกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในการทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครสอดส่องดูแลเว็บไซต์ที่เป็นภัยต่อสังคม

ซึ่ง ผอ. สมมาต ก็ไม่ลืมย้ำว่า ลูกเสือคนไหนสนใจอยากทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ก็สามารถติดต่อได้โดยตรงที่สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ หรือแจ้งความประสงค์ไปที่ครูผู้สอนวิชาลูกเสือของแต่ละโรงเรียนก็ได้เช่นกัน แม้แต่ผู้ที่ศึกษาอยู่ในหลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียน ก็แจ้งความประสงค์เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมได้เช่นกัน

“ทุกวันนี้ เราพยายามรื้อฟื้นจิตวิญญาณของความเป็นลูกเสือ ผ่านกิจกรรมที่ให้เด็กๆ ได้บำเพ็ญประโยชน์เพราะไม่อยากให้เขาคร่ำเคร่งกับการเรียนด้านวิชาการอย่างเดียว โดยไม่มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม ไม่คำนึงถึงการทำประโยชน์เพื่อบ้านเมือง”

เรียนลูกเสือแล้วได้อะไร

หลังจากผ่านประสบการณ์การเรียนวิชาลูกเสือภาคบังคับในห้องเรียนแล้ว น้อยคนที่ยังมีความคิดที่อยากจะเป็นลูกเสือต่อไป แต่ก็ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มองว่าวิชาเรียนลูกเสือนี้ให้อะไรได้มากกว่า

สุชานุช พันธุ์เจริญศิลป์ ลูกเสือวิสามัญ ชมรมลูกเสือเยาวชนไทยนานาชาติ เป็นอีกคนหนึ่ง ซึ่งคลุกคลีกับวงการลูกเสือมากว่าครึ่งทศวรรษ อีกทั้งยังมีโอกาสไปร่วมงานใหญ่ของวงการลูกเสือโลก อย่างการชุมนุมลูกเสือนานาชาติมาแล้ว

ดูจากชื่อเสียงเรียงนามของเธอ ก็ทำให้เราสงสัยว่า ลูกเสือนี่มีผู้หญิงด้วยหรือ?

“ลูกเสือหญิงก็มีในระดับที่โตขึ้นมาหรือระดับวิสามัญ ซึ่งการเรียนลูกเสือนั้นจะทำให้เราได้ฝึกตัวเอง ได้ทำงานที่ไม่มีโอกาสได้ทำ มันมีทั้งในด้านวินัย ความเป็นผู้นำ และการอยู่ร่วมกับคนอื่น

“คือเด็กสมัยนี้ใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นค่อนข้างน้อย อาจจะไปติดเกม ติดคอมพ์ เสียมากกว่า ซึ่งในการเรียนลูกเสือนั้นมันทำให้เราได้เจอคน ได้รู้จักปรับตัว”

จริงอยู่ ที่การเรียนการสอนลูกเสือในบ้านเรานั้น เป็นเสมือนไม้เบื่อไม้เมากับเด็กๆ คำที่ว่ามันช่างแห้งแล้งและไร้จินตนาการสำหรับเด็กบางกลุ่ม แต่สำหรับสุชานุชแล้ว วิชาลูกเสือจะสนุกหรือไม่นั้นมันต้องแล้วแต่คนสอน

“การเรียนการสอนลูกเสือในบ้านเราอาจจะมีความน่าเบื่ออยู่บ้างในบางที เพราะว่าคุณครูที่สอน อาจจะไม่ได้มีความรู้เรื่องลูกเสือ แต่เป็นอาจารย์วิชาสามัญที่จำใจต้องมาสอน ซึ่งลูกเสือในเมืองนอกนั้น จะเป็นสิ่งที่เราเลือกเรียนเอง และคนที่มาสอนก็จะเป็นคนที่รู้เรื่องลูกเสืออย่างจริงจัง มันไม่ได้บังคับในหลักสูตร แต่เป็นเหมือนชมรมที่ถ้านักเรียนสนใจก็สามารถเลือกได้

“ซึ่งคนที่จะทำให้วิชาลูกเสือเป็นเรื่องที่สนุกขึ้นมาได้ ก็คือผู้ใหญ่นั่นเอง ซึ่งผู้ใหญ่จะต้องเหนื่อยกว่าปกติ มีการจัดการเพื่อการเรียนรู้ของเด็ก อย่างตอนนี้ เราเองก็มีอายุมาถึงช่วงที่ต้องเป็นผู้จัดการเรียนรู้ให้น้องๆ แล้ว”

และนั่นก็ทำให้เราสงสัยเพิ่มขึ้นมาอีกข้อว่าแท้จริงแล้วคนเราจะเป็นลูกเสือได้ถึงอายุเท่าไหร่กันแน่

“การเป็นลูกเสือเป็นได้ตลอดชีวิต ในตอนนี้คนอายุ 70-80 ปี ที่เป็นลูกเสืออยู่ก็ยังมี แต่อาจจะไม่ได้เป็นคนที่ลงมาสอน แต่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นผู้ที่เห็นคุณค่าของการเป็นลูกเสืออย่างแท้จริง คือวิชาลูกเสือไม่ได้มีแต่การเข้าแถว หรือการสั่งซ้ายหันขวาหัน กิจกรรมลูกเสือที่ดีนั้น จะต้องเป็นกิจกรรมที่ต้องให้เด็กได้คิด และได้แสดงออกและต้องไม่เป็นการบังคับกัน”

เมื่อเด็กไทยเป็นลูกเสือ (ภาคบังคับ)

รู้กันอยู่แล้วว่าเด็กไทยส่วนมากถูกบังคับให้เรียนลูกเสือโดยต้องมี 1 ชั่วโมงเรียนต่อสัปดาห์ หลายคนเคยผ่านประสบการณ์การเรียนนั้นมาแล้ว เช่นเดียวกับเด็กนักเรียนสองคนนี้ที่อยากบรรยายถึงความรู้สึกของการเรียนวิชาลูกเสือของพวกเขา...

“โอ๊ย! เบื่อมากค่ะ วันไหนที่มีเรียนลูกเสือ ใส่เครื่องแบบแล้วร้อนมาก ทั้งหมวก ทั้งผ้าพันคอ แต่จะใส่ไม่ครบก็ไม่ได้ ต้องใส่ให้ครบ ไม่งั้นก็โดนทำโทษ”

พิณสุดา ชุดทะเล นักเรียนโรงเรียนบุญวัฒนา จังหวัดนครราชสีมา บอกกล่าวอย่างตรงไปตรงมา เธอบอกว่าอากาศที่ทั้งร้อนอบอ้าว เหงื่อไคลไหลย้อย แต่ยังต้องสวมเครื่องแบบเต็มพิกัดนี่แหละ เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้เธอเบื่อหน่ายวิชาลูกเสือ

แต่ถึงแม้จะเบื่อเรื่องเครื่องแบบ พิณสุดา ก็ไม่ลืมที่จะบอกว่า ใจจริงก็สนุกกับการเรียนวิชาลูกเสือ เพราะไม่ต้องนั่งเรียนในห้อง ได้ทำกิจกรรมสนุกๆ ได้ฝึกฝนความมีระเบียบวินัย เพราะว่า

“อาจารย์โหดมากค่ะ แต่ก็ดีนะ ได้ฝึกฝนตัวเองให้มีระเบียบขึ้น”

ไม่ต่างกันกับ มานพ จันทร์หมื่นไวย นักเรียนโรงเรียนเดียวกัน ที่ยืนยันว่า บางเวลาอาจเบื่อหน่ายการเรียนลูกเสือ แต่อย่างไรก็รู้สึกสนุกและชื่นชอบมากกว่า เพราะมีกิจกรรมสนุกๆ ที่ในห้องเรียนไม่มีให้ทำ

“ สนุกครับ ชอบนะ แม้บางทีจะเบื่อๆ บ้าง แต่ชอบมากกว่า ชอบเวลาที่มีทหารมาสอน เพราะทำให้เราได้ฝึกความมีระเบียบวินัย แล้วก็ชอบที่มีการให้บำเพ็ญประโยชน์ ได้เก็บขยะรอบๆ โรงเรียน”

น้อยนิดมหาศาลกับการเป็น 'ลูกเสือ'

ในบ้านเราวิชาลูกเสือเมื่อก่อนเคยเป็นอย่างไร ก็ยังคงเป็นอย่างนั้น ขณะที่ลูกเสือในประเทศอื่น ต่างก้าวล้ำในความเป็นลูกเสือและให้ความสำคัญกับมัน โดยเฉพาะการปรับตัวของเด็กๆ และหลักสูตรที่จะนำลูกเสือไปสู่ความร่วมสมัยของสังคมและเทคโนโลยีของเด็กๆ ที่ก้าวไกลไปมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ เกมออนไลน์ ที่เกี่ยวพันกับบรรดาเด็กๆ ที่เรียนลูกเสือโดยตรง

แม้แต่ในโลกภาพยนตร์ยังดึงเอาความเป็นลูกเสือ มาใช้ในการดำเนินเรื่องเพื่อให้เกิดเรื่องราว เช่น ‘อัพ ปู่ซ่าบ้าพลัง’ (UP) ที่ตัวละครเด็กรูปร่างอ้วนกลมนามว่า 'รัสเซล' ซึ่งเป็นลูกเสือวัย 9 ขวบ ต้องใช้ความพยายามในการที่จะได้ตราสัญลักษณ์ที่ให้ความช่วยเหลือคนชรา จึงจะทำให้เขากลายเป็นลูกเสือที่ครบสมบูรณ์แบบและได้ขึ้นรับตราสัญลักษณ์ครบตามกำหนด และความพยายามของลูกเสือ นักผจญภัยคนนี้ก็เกิดเป็นเรื่องราวให้น่าติดตามในภาพยนตร์เรื่อง 'อัพ'

ปกติแล้วเหล่าลูกเสือทั่วโลก ที่สามารถก่อตั้งเต็นท์ได้, ผูกเงื่อนได้ และเดินทางไกลประสบความสำเร็จจะมีตราสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความสำเร็จดังกล่าวติดประทับอยู่บริเวณแขนเสื้อ ลูกเสืออเมริกาก้าวล้ำกว่าชาติไหนๆ เพราะจะเพิ่มอีกหนึ่งความสำเร็จเข้าไป เป็นความสามารถในด้าน 'วิดีโอเกม' ลูกเสืออเมริกาคนไหนที่ต้องการจะได้ที่ล็อกเข็มขัด หรืออาร์มตราเชิดชูเกียรติความสามารถด้านวิดีโอเกม จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับระบบการจัดเรตติ้งเกม สามารถแบ่งเวลาในการเล่นเกมกับการทำประโยชน์ในชีวิตด้านอื่นๆ ได้ นอกจากนั้นยังต้องมีความเข้าใจในการเล่นเกมและสามารถอธิบายให้ความรู้กับผู้ปกครองได้

……..

การเรียนรู้ทุกอย่างย่อมเกิดประโยชน์ หากแต่ผู้ที่เรียนรู้นั้น นำสิ่งนั้นมาเพื่อใช้ประโยชน์หรือไม่ ไม่ต่างกับวิชาลูกเสือ ที่บางคนอาจจะมองว่าเป็นวิชาน่าเบื่อ ต้องเข้าแถว ร้องเพลง แต่งตัวพะรุงพะรัง หากแต่ในรายละเอียดบางอย่างมีอะไร ซ่อนอยู่ และถ้าเรานำสิ่งนั้นไปใช้ประโยชน์ก็จะไม่สูญเปล่าแน่ๆ


เว็บไซต์ :http:// www.KamolOnline.net

วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ประเภทของลูกเสือ

ลูกเสือในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ตามช่วงอายุของผู้เข้าร่วม ดังนี้: ลูกเสือสำรอง (Cub Scouts): สำหรับเด็กชายและเด็กหญิงอายุ 8-11 ปี (ระดับประถมศึกษาตอนปลาย) เน้นการเรียนรู้ผ่านการเล่นและกิจกรรมที่สนุกสนาน เพื่อพัฒนาพื้นฐานที่ดี ลูกเสือสามัญ (Scouts): สำหรับเด็กชายและเด็กหญิงอายุ 11-15 ปี (ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น) เน้นการฝึกฝนทักษะการเอาตัวรอด การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ (Senior Scouts): สำหรับเด็กชายและเด็กหญิงอายุ 15-18 ปี (ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย) เน้นการพัฒนาความเป็นผู้นำ การวางแผน และการดำเนินโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน ลูกเสือวิสามัญ (Rover Scouts): สำหรับเยาวชนชายและหญิงอายุ 18-25 ปี (ระดับอุดมศึกษาหรือบุคคลทั่วไป) เน้นการพัฒนาตนเอง การบริการสังคม และการเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ นอกจากนี้ ยังมีเนตรนารี ซึ่งเป็นลูกเสือหญิง โดยมีประเภทและช่วงอายุเทียบเท่ากับลูกเสือชายในแต่ละประเภท

วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สำนึกในกิจการลูกเสือ

หน้าที่ในความสำนึก ในกิจการลูกเสือ

ครูหลายคนโดยเฉพาะในวงการอาชีวศึกษา จะสอนวิชาลูกเสือเพื่อเอาโหลด สอนวิชาลูกเสือเพราะความจำใจ เพราะไม่มีใครสอนหาคนสอนไม่ได้ ทั้งที่วิชาลูกเสือ เป็นกิจกรรมที่เป็นรูปธรรมอยู่อย่างเดียวที่ ทำให้เยวชนไทยเป็นคนดี หาน้อยคนนักที่มีจิตสำนึกในการสนองพระราชกรณียกิจขององค์พระบาทสมเด็จพระ มงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว และองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ที่กล่าวอย่างก็เพราะผมเห็นพระองค์ท่านและ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถพร้อมทั้ง องค์ทายาททุกพระองค์ ทรงฉลองพระองค์ในเครื่องแบบลูกเสือ นั่นหมายความว่า กิจการลูกเสือเป็นภาระกิจที่องค์พระประมุขของชาติ ให้ความสำคัญ แต่เหตุไฉนมีครูบางคนในอาชีวศึกษาทำหูทวนลม ไม่เอากับกิจกรรมนี้ แถมบางคน กล่าวหาว่าเป็นกิจกรรมร้องรำทำเพลง ไปกินเหล้า เอาความนึกคิดเหล่านี้มาจากไหนไม่ทราบ เหมือนว่ามือไม่พายเอาเท้าราน้ำ บางคนเป็นครูยันเกษียณ ไม่เคยใส่เครื่องแบบลูกเสือ ผิดกับครูอีกหลายคน ที่ต้องทำภาระกิจลูกเสือนี้ เพื่อเยาวชน ทั้งๆที่ ก็ จบช่างมาเหมือนกัน จบวิศวะมาเหมือนกัน มีวิชาชีพสอนเหมือนกัน แต่ทำไมครูเหล่านี้ต้องรับภาระเพิ่มขึ้น สู้สอนวิชาชีพอย่างเดียวดีกว่า ดังนั้นครูที่ยอมทำกิจกรรมนี้ด้วยใจทุ่มเทให้กับเยวชน ต้องขอสรรเสริญด้วยความจริงใจ หาครูน้อยเหลือเกินที่เข้าใจลูกเสือ ทำภาระกิจของลูกเสือ ก็ขอให้กุศลที่ครูสอนลุกเสือที่กล่าวมานี้ มีพลังปัจจัยอย่างพลั่งพลู ทำให้ท่านได้ คศ.๓ และประสบความสำเร็จในทุกๆด้าน ทุกๆคนครับ..... รออีกนิด จะหารูปขึ้น post ตอนนี้ไปทำอย่างอื่นก่อน




กิจการลูกเสือไทย ในสมัยรัชกาลที่ 9

กิจการลูกเสือในสมัยรัชกาลปัจจุบัน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้เจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ทั้งด้านการบริหาร วิชาการและกิจ

ปี พ.ศ. 2485 มีการออกพระราชบัญญัติลูกเสือ ฉบับปี พ.ศ. 2485 มีสาระสำคัญ คือ กำหนดให้พระมหากษัตริย์ ทรงดำรงตำแหน่งบรมราชูปถัมภ์คณะลูกเสือแห่งชาติ

ปี พ.ศ. 2507 ได้ออกพระราชบัญญัติลูกเสือ เพิ่มเติมขึ้นอีก มีหลักสำคัญคือ

มาตรา 5 - ให้คณะลูกเสือแห่งชาติ ประกอบด้วย บรรดาลูกเสือทั้งปวง ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ผู้ตรวจการลูกเสือ กรรมการลูกเสือ และเจ้าหน้าที่ลูกเสือ


สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทรงฉลองพระองค์ในเครื่องแบบลูกเสือ
พระราชทานในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 6 ณ จังหวัดชลบุรี เมื่อปี พ.ศ.2511 ตรัสว่า


“ การลูกเสือมีส่วนสำคัญยิ่งในการสร้างความมั่นคงของบ้านเมืองเพราะเป็นงานที่มุ่งจะสร้างคนให้ดีและสร้างสังคมให้เรียบร้อยเป็นปึกแผ่น การฝึกหัดอบรมตามแบบอย่างอันถูกต้อง ครบ ถ้วนของลูกเสือนั้นเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพ ในการที่จะทำให้เยาวชนมีความเข้มแข็ง ซื่อสัตย์ สุจริต มีความรู้ รู้จักใช้ความรู้ มีความคิด และมีวินัยที่ดี สามารถเป็นที่พึ่งของตนเองและของผู้อื่นได้โดยแท้จริง ผู้ใดก็ตามที่น้อมนำเอาวิธีการของลูกเสือ ไปใช้ในกิจการงานอื่นๆ ย่อมจะได้ประโยชน์อย่างกว้างขวางออกไปด้วยกันทั้งนั้น เพราะการงานต่าง ๆ จะมีประสิทธิภาพ ”
“ฉัน เป็นลูกเสือ เพราะฉันได้มองเห็นผล ของงานลูกเสือที่มีต่อ ชีวิตของฉัน และชีวิตของเยาวชน หลายพันคนที่ฉัน ได้พบทั่วโลก” พระราชดำรัสของ สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดน


เกือบ 30 ปี ที่ผ่านมา ภาพสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟ ฉลองพระองค์เครื่องแบบลูกเสือสีน้ำเงินสด สนับเพลาขายาว และผ้าพันพระศอสีเหลือง (ตามแบบลูกเสือสวีเดน) เสด็จฯ เยือนค่ายชุมนุมลูกเสือโลกซึ่งจัดหมุนเวียนไปในประเทศต่างๆ ถูกนำมาถ่ายทอดให้เห็นอย่างต่อเนื่องจนเจนตา

ที่มา Ok nation.net